วิธีการเขียนโครงงานและวิธีเลือกโครงงาน

วิธีเลือกโครงงาน

การเลือกโครงงานที่เราจะทำนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของเราเอง แต่วิธีที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จ คือการเลือกหัวข้อโครงงานที่เราถนัดอยู่แล้ว เช่น เราชอบเล่น เกม อาจะทำโครงการเกี่ยวกับเกม ชอบเสื้อผ้า อาจจะทำ E-Commerce เกี่ยวกับเสื้อผ้า เป็นต้น หรืออาจจะเลือกจากการมองเห็นปัญหาในระบบงานเดิม ซึ่งโครงงานมักจะเกิดจากปัญหาบางประการ หรือเป็นการต่อยอด / ปรับปรุงของที่มีอยู่แล้วเพื่อให้ดีขึ้น เราต้องมองปัญหาในระบบงานเดิมให้ออกว่ามีปัญหาอะไร มีปัญหาตรงจุดไหน วิธีแก้คืออะไร เพื่อออกแบบระบบงานให้ตรงกับความต้องการของ User ให้มากที่สุด การได้มาซึ่งปัญหาที่ดีที่สุดคือการเก็บ Requirement (Requirement) เป็นการรวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนที่เกี่ยวกับความต้องการ ระหว่างผู้พัฒนาระบบกับผู้ใช้งาน) ดังนั้น Requirement จึงเป็นเสมือนกับหัวใจของโครงการที่ต้องการจะจัดทำ ซึ่งจะต้องให้ผู้อื่นเห็นความสำคัญของโครงงานเราให้ได้

 วิธีการเขียนข้อเสนอโครงงาน

1. การตั้งชื่อโครงงาน  บ่อยครั้งที่การตั้งชื่อโครงงานเป็นสิ่งที่ยากที่สุด ชื่อโครงกงานที่ดีควรจะครอบคลุมเกี่ยวกับโครงงานที่เราทำ ไม่ยืดยาวจนเกินไป ฟังดูแล้วน่าสนใจ ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกถึงแนวคิดที่เราต้องการสื่อในการจัดทำโครงงาน

2. หลักการและเหตุผล เป็นการบรรยายถึงสิ่งที่เราต้องการทำ แบ่งออกเป็น 3 วรรค

  • วรรคแรก ระบุถึงที่มาที่ไป ประวัติโดยย่อ และปัญหาในระบบงานเดิม ซึ่งหากมีตัวเลขที่เป็นสถิติเข้ามาเกี่ยวข้องจะทำให้โครงงานดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น(อย่าลืมระบุแหล่งอ้างอิงของสถิติด้วย)
  • วรรคสอง จะกล่าวถึงระบบงานที่เราจะใช้แก้ปัญหา ต้องอธิบายว่าทำไปเพื่ออะไร ทำอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องมีโครงงานนี้
  • วรรคสาม ส่วนมากจะเป็นสรุปจากวรรคสอง และกล่าวถึงการต่อยอดของโครงงาน ว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอะไรได้บ้าง สามารถเพิ่มเติมอะไรได้หลังจากโครงงานเสร็จแล้ว เป็นต้น

3.วัตถุประสงค์ของโครงงาน เป็นการสรุปจากหลักการและเหตุผลว่าเราจะทำอะไรและทำไปเพื่ออะไร นิยมเขียนออกเป็นข้อๆ โดยเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลัง โดยระบุวัตถุประสงค์และตัวแปร เช่น

หัวข้อเรื่อง “ระบบงานประมูลสินค้า”

วัตถุประสงค์ของโครงงาน

เพื่อศึกษาระบบงานประมูลสินค้า

เพื่อออกแบบระบบงานประมูลสินค้าผ่านเครือข่าย Internet  เป็นต้น

4.ขอบเขตของโครงงาน ต้องระบุขอบเขตการศึกษาและการทำงานให้ชัดเจน ไม่มากจนอาจทำไม่สำเร็จตามระยะเวลาที่กำหนด หรือน้อยจนเกินไป เทคนิคการเขียนขอบเขตของโครงงานคือพยายามเขียนให้น้อยๆเข้าไว้ ซึ่งหากเราสามารถทำให้เสร็จ ได้ตามขอบเขตแล้ว เราสามารถเพิ่ม Option ที่เราต้องการได้อีกด้วย ทำให้ดูเสมือน โครงงานของเราพัฒนาไปได้ไกล มากจากขอบเขตอีกด้วย

5.ระยะเวลาดำเนินการ เป็นการระบุขึ้นตอนการทำงานแต่ละขึ้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดการศึกษา ซึ่งจะต้องกำหนดระยะเวลาทุกขึ้นตอน

ตัวอย่าง

ขึ้นตอนการทำงาน

ศึกษาค้นคว้าระบบงาน

รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับระบบ

วิเคราะห์และออกแบบฐานข้อมูล

ออกแบบฐานข้อมูล

เขียนโปรแกรม

ทดสอบการทำงานของระบบ

ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด

จัดทำเอกสารประกอบการใช้งาน

6.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ  สามารถนำวัตถุประสงค์ของโครงงานมาเป็นประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับได้ เช่น   ได้ศึกษาระบบงานประมูลสินค้าได้ระบบงานประมูลสินค้าผ่านเครือข่าย Internet

 

แหล่งอ้างอิง   : http://www.sutenm.com

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: